น้ำหอมทั่วไปนั้นมีความเร็วในการระเหยของกลิ่นที่เวลาประมาณ 4 – 8 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับความแตกต่างของปัจจัยแวดล้อมต่างๆ วิธีการเก็บ ,ความเข้มข้นของสารสกัดที่ใช้ในน้ำหอมนั้นๆ, ชนิดของกลิ่นน้ำหอม หรือลักษณะผิวของผู้ใช้เอง โดยจากคำแนะนของ Ildiko Juhasz ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางด้านน้ำหอมได้เสนอวิธีการใส่น้ำหอมเพื่อให้ได้กลิ่นที่ติดทนนานไว้คร่าวๆดังนี้ กลิ่นประจำตัวหรือกลิ่นประจำวัน กลิ่นของน้ำหอมนั้นมีอยู่หลากหลาย แต่ละประเภทของกลิ่นก็เหมาะกับโอกาสและความชอบของแต่ละคนที่ต่างกันไปโดยน้ำหอมแต่ละประเภทก็จะมีความเร็วในการระเหยของกลิ่นที่ไม่เท่ากัน น้ำหอมน้ำหอมประเภท citrus ,woody หรือ floral นั้นเป็นน้ำหอมที่มีลักษณะกลิ่นที่อ่อน ซึ่งเหมาะสมกับการใช้ในการทำน้ำหอมสำหรับเวลากลางวันและ เป็นน้ำหอมที่ใช้ได้ทุกวันและทุกโอกาส แต่เนื่องจากน้ำหอมเล่านี้มีกลิ่นอ่อนดังนั้นกลิ่นส่วนมากจึงระเหยและหมดไปได้เร็ว ดังนั้นหากคุณเห็นคนที่ขอบใช้น้ำหอมประเภทเหล่านี้ก็สามารถแก้ปัญหาได้โดยการเปลื่ยนมาใช้น้ำหอมที่มีความเข้นข้นสูงแต่ลดปริมาณการใช้ลงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้กลิ่นน้ำหอมที่คุณใส่มีความรุนแรงมากเกินไปและควรจำไว้เสมอว่ากลิ่นของน้ำหอมที่คุณใช้จะค่อยๆระเหยออกมาหลังจากที่คุณใส่จึงไม่ควรใส่น้ำหอมให้มากเกินไปในช่วงแรกเพราะเมื่อน้ำหอมที่ใส่ไปเริ่มระเหยออกมาจะทำให้กลิ่นมีความเข้มข้นมากขึ้นจนเกินพอดีได้ บำรุงผิวรับน้ำหอม น้ำหอมนั้นประกอบด้วยโมเลกุลของน้ำมันซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้กลิ่นติดอยู่บน ตัวของคุณได้นานโดยไม่ระเหยไปก่อน ดังนั้นสำหรับคนที่มีผิวแห้งจึงควรบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นด้วยสารบำรุงที่มี ส่วนประกอบของน้ำมันต่างๆเพื่อให้สารบำรุงเหล่านี้เป็นที่ให้น้ำหอมที่คุณ ใส่ไปเกาะตัวอยู่และไม่ระเหยออกไปจากตัวคุณเร็วมากเท่ากับการใส่น้ำหอมไปบน ผิวที่แห้ง ส่วนในกลุ่มคนที่มีกลิ่นตัวตามธรรมชาติค่อนข้างแรงแต่ต้องการใช้น้ำหอมก็ควร ใช้สารระงับกลิ่นต่างๆเพื่อลบกลิ่นตัวตามธรรมชาติของคุณออกบางส่วนเพื่อไม่ ให้กลิ่นตัวของคุณกับกลิ่นน้ำหอมที่ใช้เกิดการขัดกัน ใส่น้ำหอมเริ่มต้นวันใหม่อย่างมั่นใจ โดยการใส่น้ำหอมควรจะใส่ในขณะที่คุณเพิ่งอายน้ำเสร็จใหม่ๆเนื่องจากเป็นเวลาที่รูขุมขนบนผิวหนังของคุณยังเปิดกว้างและจะสามารถรับเอาน้ำหอมที่คุณใส่ลงบนตัวเข้าไปได้อย่างเต็มที่ จุดที่ควรใส่น้ำหอมนั้นควรอยู่ในช่วงบริเวณจุดชืพจรที่อยู่ตั้งแต่คอลงมาจนถึงเข่า แม้ว่าการพรมน้ำหอมที่เส้นผมนั้นจะช่วยให้น้ำหอมที่คุณใส่ส่งกลิ่นออกมาได้อย่างดีในช่วงแรกๆ แต่น้ำหอมเหล่านั้นก็จะระเหยหมดไปได้เร็วกว่าเช่นกัน ดังนั้นเพื่อให้น้ำหอมที่คุณใช้มีกลิ่นที่ติดทนนาน จึงควรหยดน้ำหอมที่บริเวณ ด้านข้างคอ ,กลางหน้าอก ,ด้านในข้อมือ ,ข้อพับที่แขนและข้อพับด้านหลังหัวเข่า ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ต่ำเมื่อน้ำหอมที่คุณใส่โดนความร้อนจากร่างกายก็จะค่อยๆระเหยส่งกลิ่นออกมาช่วยให้กลิ่นของน้ำหอมที่คุณใส่มีความสม่ำเสมอไปตลอดทั้งวัน ใส่น้ำหอมซัก 2 – 3 ครั้งเพื่อให้ได้กลิ่นที่ติดทนนาน  อีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้น้ำหอมที่คุณใส่สามารถอยู่คงทนไปได้ตลอดวันคือ การใส่น้ำหอมซ้ำเป็นชั้นๆในช่วงเช้าซึ่งเป็นเวลาเริ่มต้นของวัน […]

คำว่าใส่น้ำหอมในภาษาอังกฤษนั้นจะใช้คำว่า wear a perfume เหมือนกับที่ใช้ในคำว่าใส่เสื้อผ้าหรือ wear clothes นั่นเอง ในแนวความคิดเชิงแฟชั่นนั้นน้ำหอมนั้นเปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของเสื้อผ้าหรืออาจกล่าวได้ว่าน้ำหอมเป็นเสื้อผ้าชิ้นหนึ่งที่เราใส่อยู่โดยแม้จะมองไม่เป็นแต่ก็มีส่วนในการแสดงรสนิยมและความเหมาะสมในการแต่งตัวของเราด้วย น้ำหอมนั้นเปรียบเสมือนเสื้อผ้าที่มีลักษณะเฉพาะแบบหนึ่งจึงต้องมีวิธีการใส่อย่างมีขั้นตอนซึ่งเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างวุ่นวายและใช้เวลา ซึ่งในโฆษณาน้ำหอมหลายๆชิ้นก็จะบ่งบอกลักษณะน้ำหอมด้วยเสื้อผ้าที่นางแบบใส่นั่นเอง โดยขั้นตอนการใส่น้ำหอมนั้นจะมีดังนี้ 1.อาบน้ำและทาครีมบำรุงผิว ขั้นตอนแรกที่ท่านต้องทำคือการอาบน้ำเพื่อลบกลิ่นตัวออกก่อนโดยจะสระผมด้วยหรือไม่ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน หลังจากอาบน้ำเสร็จหากท่านมีครีมบำรุงผิวหรือ moisturizer ก็ควรทาให้เรียบร้อยที่เดียวแล้วรอจนครีมซึมเข้าผิวและกลิ่นของครีมระเหยออกไปหมดก่อนเพื่อไม่ให้กลิ่นของครีมมารบกวนกลิ่นของน้ำหอม ถึงแม้ว่าโดยส่วนมากครีมบำรุงผิวหรือ moisturizer ที่ท่านใช้จะเป็นแบบไม่มีกลิ่นแต่การทาครีมบำรุงผิวก็ควรทำหลังจากอาบน้ำและเช็ดตัวเสร็จใหม่ๆเนื่องจากผิวยังมีความชุ่มชื้นอยู่และรูขุมขนยังเปิดกว้างทำให้ครีมบำรุงผิวซึมซับเข้าผิวได้ง่าย 2.พรม Eau de Toilette ก่อน 1 รอบเพื่อกลบกลิ่นสบู่  หลังจากที่ได้อาบน้ำและทาครีมบำรุงเรียบร้อยแล้วก็ยังไม่ควรจะทำการฉีดน้ำหอมที่ท่านเลือกไว้ทันทีเนื่องจากร่างกายของท่านตอนนี้ยังมีกลิ่นของสบู่และแชมพูหลงเหลืออยู่หากฉีดน้ำหอมไปที่ตัวโดยตรงจะทำให้กลิ่นน้ำหอมและสบู่ แชมพูผสมกันจนกลิ่นเพี้ยนได้จึงควรใช้ Eau de Toilette ที่มีกลิ่นแบบเดียวกับน้ำหอมที่ท่านชอบพรมไปตามตัวและสเปรย์เล็กน้อยที่ผมและทิ้งไว้ซัก 5 – 15 นาที่ก่อนเพื่อลบกลิ่นของสบู่และแชมพูทิ้งไปก่อน 3.ทำการฉีดโดยการพรมแบบบาง เมื่อทำการลบกลิ่นของสบู่และแชมพูออกไปแล้วก็ถึงเวลาที่จะทำการใส่น้ำหอมที่ท่านชอบโดยไม่ควรใส่ในปริมาณมากๆที่เดียว โดยในการใส่ครั้งแรกให้ทำการฉีดน้ำหอมให้เป็นละอองฟุ้งในอากาศจากความสูงประมาณระดับอกแล้วให้ท่านเดินผ่านเพื่อให้ละอองน้ำหอมที่ฟุ้งนั้นตกลงบนตัวและผมอย่างทั่วถึงทำให้กลิ่นน้ำหอมกระจายไปทั่วตัวอย่างสม่ำเสมอ. 4.ทาน้ำหอมตามจุดชีพจร น้ำหอมนั้นจะกำจายกลิ่นออกมาเมื่อถูกความร้อนดังนั้นเมื่อเราจะทาน้ำหอมบนตัวจึงควรทาแบบเป็นจุดไปที่ตามจุดชีพจรซึ่งเป็นจุดที่ร่างกายจะกระจายความร้อนออกมาตลอดทำให้น้ำหอมที่ท่านทาค่อยๆส่งกลิ่นหอมออกมาอย่างสม่ำเสมอ โดยจุดชีพจรที่จะทำนั้นได้แก่ ด้านหลังของใบหู, ฐานของคอ, ข้อมือ, ข้อพับที่แขน, ข้อพับที่ด้านหลังหัวเข่า, ข้อเท้าด้านนอกหรือด้านในที่บริเวณด้านหน้าและหลังของตาตุ่ม หลังจากที่ผ่านการปฎิบัติตามขั้นตอนทั้ง 4 แล้วก็ถือว่าการฉีดน้ำหอมในของท่านเป็นอันเสร็จเรียบร้อยสามารถออกไปทำงานหรือกิจกรรมต่างๆได้ตามต้องการ 5.ทำการฉีดน้ำหอมโดยการพรมซ้ำกลิ่นเดิมทุก 4 ชม. กลิ่นของน้ำหอมช่วง Heart Note จะค่อยๆจางลงไปในเวลาประมาณ 2 ชม.และจะหมดกลิ่นไปในเวลาประมาณ 4 ชม. ดังนั้นเพื่อให้ระดับกลิ่นของน้ำหอมอยู่คงที่จึงควรทำการฉีดน้ำหอมกลิ่นเดิมซ้ำลงไปโดยอาจใช้การสเปรย์หรือทาตามชีพจรก็ได้ 6.อย่าใช้น้ำหอมเกรดความเข้มข้นสูงในหน้าร้อน ในหน้าร้อนอุณหภูมิที่สูงจะทำให้เหงื่อออกมากส่งผลให้กลิ่นน้ำหอมเพี้ยนได้ง่าย […]

น้ำหอมกลิ่นสุดฮิตที่จะมาอัพเดทให้ได้ดูกัน 10 อันดับนี้ไม่ได้มาจากความชอบส่วนตัวนะคะ แต่ได้ข้อมูลมาจากการจัดอันดับของเว็บไซต์toptenthailand.com ค่ะ ลองเข้ามาดูกันนะค่ะว่าน้ำหอมที่คนอื่นๆเขาชื่นชอบจะตรงกับความชอบของคุณบ้างมั้ย หรือใช้เป็นแนวทางในการซื้อน้ำหอมขวดต่อๆไปของคุณ ก็ได้นะค่ะ   อันดับที่ 10 Lovely Sarah Jessica Parker อ่อนหวาน แสนน่ารัก นี่คือหญิงสาวผู้เป็นแรงบันดาลใจ Lovely Sarah Jessica Parker แนะนำน้ำหอมใหม่ล่าสุด สะท้อนความคลาสสิกของแฟชั่น อมตะ ไร้กาลเวลา โดดเด่น ไม่ซ้ำแบบใคร ทันสมัยและเปี่ยมรสนิยม พราวความหอมสดชื่น จาก ส้มแมนดาริน เบอร์กาม็อต และไม้หอม Pearwood ความหอมของพัตชูลี และเย้ายวนด้วย Sensuous Cedar อันดับที่ 9 Burberry พบกับความหอมตามแบบฉบับของสาวลอนดอน Burberry น้ำหอมจากอังกฤษ กลิ่นหอมแบบผู้ดีจริง ๆ เด่นด้วย Jasmine และ Rose ตั้งแต่ต้นจนจบ ชวนให้นึกถึงผู้หญิงสวย ๆ อายุประมาณ 28-35 ที่การศึกษาดี มารยาทงาม กลิ่นนี้เข้าขั้น […]

เราเชื่อกันว่านํ้าหอมนั้นเกิดขึ้นมานานแล้ว จากหลักฐานภาพวาดจิตรกรรม ฝาผนังตอนหนึ่งที่วิหารของพระราชินี Hatshepsut ที่เมือง Thebes ในประเทศ Egypt ที่เป็นรูปของหญิงสาวชาวอิยิปต์โบราณกำลังชโลมนํ้าหอมลงบนศรีษะ ซึ่งได้แสดงให้เห็นว่ามีการใช้นํ้าหอมกันแล้วในยุคนั้น ซึ่งคาดว่านักเดินเรือชาวอิยิปต์ได้ไปนำมาจากดินแดนอื่น นํ้าหอมในสมัยโบราณนั้นจะทำมาจากยางไม้หอม ซึ่งยางไม้หอมแบบนี้จะมีอยู่ที่ Arabia และ Somalia เท่านั้น คำว่า “Perfume” นี้มีรากศัพท์มาจากภาษา ละติน ที่แปลว่า “ควัน” ในกรีก (Greek) โบราณคนที่ทำนํ้าหอมนั้นจะเป็นผู้หญิง ซึ่งได้ปรับปรุงมรดกการทำนํ้าหอมที่ตกถอดมาจากชาวอียิปต์โบราณให้พัฒนาดีขึ้นไป ในช่วงเวลาของจักรวรรดิโรมัน (Roman) การทำนํ้าหอมเขาจะใช้ยางไม้หอมจากต้นไม้จำพวก Boswellia โดยสั่งนำเข้ามาจาก Arabia และได้บวกกับส่วนผสมที่ได้มาจากทะเลจากประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นส่วนผสมใหมที่ใส่ลงไป ในการทำนํ้าหอม ของชาวโรมันในสมัยนั้น เศรษฐีชาวโรมันจะใช้นํ้าหอมตามความพอใจ ชนิดที่เรียกได้ว่าใช้แบบล้างผลาญเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ พวกเศรษฐีเหล่านี้จะเอานํ้าหอมไปพ่น และฉีดตามพื้นและกำแพงบ้านของตัวเอง และนอกจากนี้ยังนำนํ้าหอมไปฉีดให้กับสัตว์เลี้ยงของบรรดาเศรษฐีอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น สุนัข และ ม้า แต่ก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของนํ้าหอมแล้วนั้นจะเกิดขึ้นในยุคกลาง (Middle ages) เมื่อชาวอาหรับ (Arabs) ได้คิดค้นพัฒนาเทคนิคในการกลั่นนํ้าหอมได้เป็นผลสำเร็จ พื้นที่ขนาดใหญ่โตของอาณาจักรเปอร์เซีย ได้ทำการปลูกดอกกุหลาบ […]

คงมีหลายคนเลยทีเดียวนะค่ะที่อยากใช้น้ำหอมกับคนอื่นเขาบ้างหรืออยากเปลี่ยนน้ำหอมที่ใช้อยู่ให้เหมาะกับตัวเองมากขึ้น วันนี้เรามีตัวช่วยมาช่วยให้พวกคุณๆตัดสินใจอะไรๆได้ง่ายขึ้นค่ะ เตรียม กระดาษ กับ ปากกา แล้วเริ่มกันเลยค่ะ เลือกเอาคำตอบแรกที่แว๊ปเข้ามาในหัวนะค่ะ 1. ประเภทภาพยนตร์ที่คุณชื่นชอบ a. หนังสารคดี b. หนังรักโรแมนติก c. หนังตลก d. หนังแอคชั่น e. หนังลึกลับฆาตกร 2. คุณอยากเป็นเจ้าของรถยนต์ประเภทใด a. รถอะไรก็ได้ที่รักษาสิ่งแวดล้อม b. รถเปิดประทุน c. รถสปอร์ตสองที่นั่ง d. รถจิ๊ป e. รถลิมูซีน 3. ชอบสัตว์เลี้ยงประเภทไหน a. สุนัข b. แมว c. ม้า d. นกแก้ว e. งู 4. ชอบไปงานปาร์ตี้แบบไหน a. ในบ้านเล็กๆ ดูอบอุ่น b. งานเลี้ยงดินเนอร์มื้อใหญ่ c. งานเต้นรำตลอดคืน d. งานแต่งกายแฟนซี […]

ผู้หญิงเรานี้ก็แปลก หน้าตาสวยๆ หุ่นดีๆ แค่นี้ก็น่าจะพอใจ แต่ทำไมกันหนอถึงได้พยายามสรรหาสิ่งอื่นมาประทินความงามไม่ใช่เพียงแค่ตาเท่านั้นที่สัมผัสได้ แต่สาวๆก็ยังสรรหาน้ำหอมกลิ่นนู้น กลิ่นนี้ มาให้หอมรัญจวนใจอย่างไทยเราเอง ก็มีน้ำอบ น้ำปรุง มาประพรมกาย กันตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณ ไม่เพียงเท่านั้น ทั้งเครื่องแต่งกายอาหารการกินล้วนแต่อยากให้ มีกลิ่นหอมกันทั้งนั้น เคยคิดสงสัยกันบ้างมั้ยค่ะว่า เราจะหอมไปทำไม จะมีใครมานั้งดมกลิ่นเราอยู่ แค่ทำตัวไม่ให้เหม็นจนชาวบ้านหันหน้าหนีก็น่าจะพอแล้ว แต่กลิ่นหอม หอม นั้นคงไม่มีปฏิเสธนะค่ะว่าไอ้เจ้ากลิ่นหอมๆเนี้ยหละค่ะที่เป็นอีกตัวสร้างเสน่ห์ให้กับสาวๆ และ แต่ละกลิ่นก็ยังมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป สถาบันศึกษาเรื่องรสและกลิ่นที่นครชิคาโกได้ค้นพบอานุภาพของน้ำหอมกลิ่นลูกเกรปฟรุ้ต อัน เป็นผลไม้ฝรั่งชนิดหนึ่ง ลักษณะผล เปลือก และเนื้อคล้ายส้มโอ รับประทานเฉพาะน้ำจากผลด้วยการคั้น ในการศึกษาอานุภาพของกลิ่นของพืชผักผลไม้ต่างๆ ด้วยการใช้น้ำหอมกลิ่นกล้วยหอม ดอกลาเวนเดอร์ กะหล่ำฝรั่งบร็อกโคลี่ และใบสเปียร์มินต์ ซึ่งเป็นพืชประเภทสะระแหน่ ใบมีกลิ่นหอม ใช้สกัดทำน้ำมัน ปรุงรสและกลิ่นอาหาร ชโลมกายให้กับสาวใหญ่คนต่างๆ แล้วให้พวกผู้ชายลองทายอายุนางแบบน้ำหอมกลิ่นต่างๆดู ปรากฏว่า กลิ่นน้ำหอมเหล่านี้ไม่ได้สร้างปฏิกิริยาผิดแปลกของผู้ชายอย่างใดขึ้นเลย นายอลัน เฮิร์สช์ ผู้อำนวยการเปิดเผยว่า แต่ที่อาสาสมัครหญิงคนที่ทาด้วยน้ำหอมกลิ่นผลเกรปฟรุ้ต กลับทำให้พวกเขา ตาฝาดมองเห็นสาวคนนั้นสาวกว่าตัวจริงขึ้นถึง 6 ปี พากันเขียนทายอายุระบุอายุอ่อนกว่าอายุจริงกันไปตั้งแยะ…. นั้นแหนะ สาวๆแทบจะกรี๊ดกันออกมาเลยใช่มั้ยหละค่ะ […]

ก่อนเราจะใช้น้ำหอมเราต้องมารู้กันก่อนนะค่ะสาวๆ ว่าน้ำหอมที่เราเห็นๆกันมากมาย ที่มีวางขายตั้งแต่ในห้างอย่าง พารากอน จนกระทั้ง มีวางขายตามตลาดนัดหน้าโรงงานแน่นอนค่ะ”หลายคนบอก ก็ของจริงกับของปลอมไง” แต่ของปลอมเดี๋ยวนี้ก็ใช่เล่นนะค่ะ มีตั้งแต่ เกรดAA เกรดA เกรดB เอาหละค่ะงั้นเรามาดูกันค่ะว่าน้ำหอมมีกี่แบบ น้ำหอมที่เราใช้ๆกันอยู่นั้น มีส่วนผสมหลักๆ นั้นก็คือ น้ำมันหอม (Fragrnt Oils) ไอ้เจ้าน้ำมันหอมจะมีกลิ่นที่ค่อนข้างรุนแรงหนักหน่วงเอาการเลยทีเดียวค่ะ ดังนั้นมันจึงต้องถูกทำให้จางลงด้วยแอลกอฮอล์(Alcohol) ตามระดับความเข้มข้นที่ต่างกันออกไป เราจึงสามารถ แบ่งน้ำหอมออกเป็น 3 ชนิดหลักๆ ตามระดับความเข้มข้นของกลิ่นหอมได้ดังนี้ 1. Eau de Purfume คือน้ำหอม ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอม ในสัดส่วนที่ 15-18% 2. Eau de Toilette คือน้ำหอม ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอม ในสัดส่วนที่ 4-8% 3. Eau de Clolonge คือน้ำหอม ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอม ในสัดส่วนที่ 3-5% ส่วนน้ำหอมที่เราเห็นวางขายตามท้องตลาดส่วนใหญ่นั้น จะเป็น Eau de […]